ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองน่าน และ กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.น่าน ได้รับแจ้งว่า มีการโอนเงินผิดปกติ จากบัญชีธนาคารรายหนึ่ง หลายรายการ รวมเป็นเงิน เกือบ 7 ล้านบาท

สภ.เมืองน่าน

ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองน่าน และ กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.น่าน ได้รับแจ้งว่า มีการโอนเงินผิดปกติ จากบัญชีธนาคารรายหนึ่ง หลายรายการ รวมเป็นเงิน เกือบ 7 ล้านบาท
โดยเกรงว่า จะเป็นการถูกหลอกให้โอนเงินโดยผิดกฎหมาย จึงเข้าตรวจสอบกับเจ้าของบัญชี
จากการสืบสวนทราบว่า กำลังจะไปทำธุรกรรมการเงินที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาน่าน จึงเดินทางไปธนาคาร พบ ชายคนดังกล่าว กำลังอยู่ที่ลานจอดรถของทางธนาคาร และได้เชิญตัวมาสอบถามที่ งานสืบสวน สภ.เมืองน่าน
จึงทราบว่า เป็นข้าราชการเกษียณแล้ว ปัจจุบัน อายุ 72 ปี มีเงินเก็บตลอดที่ทำงานเกือบ 10 ล้านบาท ไม่มีภรรยา และบุตร โดยตอนแรก ไม่เชื่อว่าถูกหลอกเอาเงิน
โดยให้การกับตำรวจว่า ก่อนหน้านี้ ได้มี บริษัท เอไอเอส สำนักงานใหญ่ โทรมา อ้างว่า เจ้าตัวได้ไปเปิดบัญชีธนาคาร ที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ บัญชีดังกล่าว ใช้กับเวปพนัน และ การซื้อขายสื่อลามกอนาจาร และ เข้าข่ายการกระทำผิดอาญาตามมาตรา 112 เมื่อเจ้าตัวได้ยินดังกล่าว จึงเกิดอาการกลัว และ ทางปลายสาย ได้โอนสายให้ ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎ์ธานี (ปลอม) เข้ามาพูดคุย และ วีดีโอคอล และ สอบถามว่า ตนมีทรัพย์สิน อะไรบ้าง ด้วยความกลัว และ คิดว่าเป็นตำรวจจริง จึงบอกทรัพย์สิน เงินสดที่ตนเองมี และได้หลอกให้โอนเงิน มาให้ตรวจสอบ
ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2569 เจ้าตัวตัดสินใจ ถอนเงินสด จาก สหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน กว่า 2 ล้านบาท นำไปโอนให้กับ ตำรวจดังกล่าว โดยบัญชีที่ใช้รับโอน เป็นบัญชี บริษัท ชื่อดัง เจ้าตัวจึงปักใจเชื่อว่า เป็นการโอนเงินเพื่อตรวจสอบจริง และ ได้โอนเงินอีกหลายครั้ง หลายบัญชี ในวันเดียวกันจนหมด โดยบางรายการทำธุรกรรมผ่าน แอพพลิเคชั่น บางรายการก็นำเงินสดไปฝากที่เค้าเตอร์ธนาคาร
และ ต่อมาวันที่ 8 มกราคม 2569 ได้ถอนเงินออกจาก สหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่ง อีก 5 ล้าน กว่าบาท พร้อมกับ นำทองแท่งที่เก็บไว้ ไปจำนำ ได้เงินอีก 800,000 บาท รวบรวมตระเวนฝากเงินให้บัญชีที่ถูกหลอกให้โอนไปตรวจสอบ
รวมเป็นเงินกว่า 7 ล้านบาท จนพบความผิดปรกติ และยังเหลือเงินในบัญชีอีก 2 ล้านบาท กำลังจะโอนไปตรวจสอบอีก จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าห้าม และ อธิบายให้ฟัง ถึงหยุดโอน และเสียใจที่ เงินเก็บตลอดอายุราชการถูกหลอกไปเกือบหมด และ ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการอายัดบัญชีปลายทาง และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามเจ้าตัวไม่เอะใจว่าถูกหลอก เพราะปลายสาย ให้ไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่อีก 1 บัญชี เพื่อรอรับเงินคืนเมื่อมีการตรวจสอบเสร็จแล้ว และ บางบัญชีที่โอนไป เป็นชื่อบริษัทนิติบุคคล ดูน่าเชื่อถือ โดยปลายสายพูดจา หว่านล้อม แกมบังคับ ถ้าไม่ทำตาม จะถูกดำเนินคดี จนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ และ ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ เข้าช่วยเหลือ ก่อนที่ตนจะถูกหลอกจนหมดตัว
🔔 ฝากพี่น้องประชาชนช่วยกันแจ้งเตือน เพื่อน่านบ้านเรา
ดูแลผู้ใหญ่ ใส่ใจเยาวชน รู้ทันมิจฉาชีพ ด้วยความห่วงใยจากตำรวจ สภ.เมืองน่าน